22 กันยายน, 2554

ทดสอบบล็อก

ทดสอบบล็อก

ลิงค์ google คลิกที่นี่

ภาพไก่





20 กันยายน, 2554

ทดสอบบล็อก

ทดสอบบล็อก
ลิงค์ไป google



05 มีนาคม, 2553

มุมกล้องและขนาดของภาพ

ขนาดภาพจัดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากอย่างหนึ่งในการถ่ายภาพยนตร์ เพราะภาพสามารถถ่ายทอดความรู้สึกของนักแสดง บอกเล่าเรื่องราวต่างๆให้กับผู้ชมได้เข้าใจถึงเนื้อหาของภาพยนตร์ ขนาดภาพจึงเป็นตัวกำหนดสิ่งที่ต้องการนำเสนอ ว่าต้องการให้ผู้ชมเห็นรือไม่เห็นสิ่งใดในฉากองค์ประกอบต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นจากผู้สร้างภาพยนตร์ ที่จะเลือกตั้งกล้องในมุมใด ระยะห่างจากสิ่งที่ถ่ายเท่าใด และใช้ภาพขนาดใดเป็นตัวบอกเล่าเรื่อง ขนาดภาพจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่จะต้องเรียนรู้พอๆกับเรื่องอื่น ในการสร้างภาพยนตร์




ภาพไกลมาก (Extreme Long Shot หรือ ELS)

ขนาดภาพลักษณะนี้กล้องจะตั้งอยู่ไกลจากสิ่งที่ถ่ายมาก ซึ่งภาพที่ได้จะเป็นภาพมุม-กว้าง ผู้ชมสามารถมองเห็นองค์-ประกอบของฉากได้ทั้งหมด สามรถมองเห็นสิ่งที่ถ่ายได้เต็มสัดส่วน แม้สิ่งที่ถ่ายนั้นจะมีขนาดเล็กก็ตาม ซึ่งภาพลักษณะนี้ จะใช้เป็นภาพแนะนำ-สถานที่ เหมาะสำหรับการปูเรื่อง เริ่มเรื่อง ซึ่งภาพยนตร์ในต่างประเทศนิยมใส่ไตเติ้ลส่วนหัวไว้ในฉากประเภทนี้ตอนที่ภาพยนตร์ริ่มเข้าเนื้อเรื่อง

ภาพขนาดไกลนี้จะสร้างความรู้สึกโอ่อ่า อลังการ แสดงออกถึงความใหญ่โตของสถานที่ ความน่าเกรงขาม ความยิ่งใหญ่ และยังสามารถสร้างความประทับใจรวมถึงสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้อีกด้วย

เช่น กลุ่มเรือโจรสลัดกำลังแล่นเรือออกสู่ทะเลกว้างโดยมีเรือของหัวหน้าโจรสลัดแล่นออกเป็นลำหน้า ตามด้วยกลุ่มเรือลูกน้องอีกนับ 10ลำ โดยใช้ภาพขนาดไกลมาก ตั้งกล้องในมุมสูงทำให้ผู้ชมเห็นถึงความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามของโจรสลัดกลุ่มนี้

เป็นต้น



ภาพไกล (Long Shot หรือ LS)



ขนาดภาพแบบนี้ไม่สามารถกำหนดระยะห่างระหว่างกล้องกับสิ่งที่ถ่ายได้ แต่จะกำหนดโดยประมาณว่าสิ่งที่ถ่ายจะอยู่ในกรอบภาพ (Frame) พอดี ถ้าเป็นคน ศีรษะจะพอดีกับกรอบภาพด้านบน ส่วนกรอบภาพด้านล่างก็จะพอดีกับเท้า ซึ่งสามารถเห็นบุคลิก

อากัปกิริยาการแสดง การเคลื่อนไหว ตำแหน่งที่อยู่ในการแสดงหรือในฉาก ด้วยเหตุนี้จึงสามารถใช้เป็นภาพแนะนำตัวละคร หรือเริ่มฉากใหม่ได้ บางครั้งอาจใช้เป็นภาพในฉากเริ่มเรื่องได้เช่นเยวกันกับภาพขนาดไกลมาก และบางครั้งภาพขนาดไกลยังมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เอสทาบริชชิง ช็อต (Establishing Shot) ส่วนองค์ประกอบรอบข้างผู้ชมจะได้เห็นรายละเอียดชัดเจนมากขึ้น



ภาพปานกลาง Medium Shot หรือ MS)



ขนาดภาพลักษณะนี้ถ้าเป็นภาพบุคคล ผู้ชมจะได้เห็นตั้งแต่เอวของนักแสดงขั้นไปจนถึงศีรษะ ขนาดภาพแบบนี้ผู้ชมสามารถเห็นการเคลื่อนไหวของนักแสดง และรายละเอียดของฉากหลังพอสมควร ซึ่งพอที่จะเข้าใจเรื่องราวต่างๆได้ จึงถือได้ว่าเป็นภาพที่ถ่ายทอดเหตุการณ์ในเรื่องได้ดีขนาดภาพปานกลาง เป็นขนาดภาพที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะใช้เป็นภาพเชื่อมต่อ กล่าวคือ การเปลี่ยนขนาดภาพจากภาพไกลมาเป็น

ภาพไกล้หรือจากภาพใกล้มาเป็นภาพไกลก็ตาม จะต้องเปลี่ยนมาเป็นภาพขนาดปานกลางเสียก่อน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ขัดต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้ชม

เนื่องจากภาพจะกระโดด

นอกจากนี้ภาพขนาดปานกลางยังนิยมใช้ถ่ายภาพบุคคล 2 คนในฉากเดียวกัน หรือที่เรียกกันว่า ภาพ Two Shot ซึ่งนิยมใช้กันมาก

ในภาพยนตร์บันเทิง



ภาพใกล้ (Close-Up หรือ CU, Close Shot หรือ CS)



ภาพใกล้ ผู้ชมจะมองเห็นนักแสดงตั้งแต่ไหล่ขึ้นไป เป็นขนาดภาพที่ผู้ชมสามารถเข้าถึงอารมณ์ของนักแสดงได้มากที่สุด เพราะการใช้ภาพขนาดใกล้ถ่ายบริเวณใบหน้าของนักแสดง จะสามารถภ่ายถอดรายละเอียด เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกที่อยู่ภายในของนักแสดงได้อย่างชัดเจนมาก นอกจากนี้ยังจะทำให้ผู้ชมได้รู้สึกใกล้ชิดกับสิ่งที่ถ่ายอีกด้วยทั้งนี้เพื่อทำให้เข้าใจถึงรายละเอียดของวัตถุต่างๆ ตามเนื้อหาที่กำลังนำเสนอ และ

ภาพขนาดใกล้นี้ยังสามารถบังคับให้ผู้ชมสนใจในวัตถุที่กล้องกำลังถ่าย หรือสิ่งที่กำลังนำเสนอ



ภาพใกล้มาก (Extreme Close-Up Shot หรือ ECU, Big Close-Up Shot หรือ BCU)



เป็นภาพที่ถ่ายในระยะใกล้มากๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเน้นสิ่งที่ถ่าย เพื่อให้ผู้ชมเห็นรายละเอียดของวัตถุ หรือเพื่อเพิ่มความเข้าใจในกรณีที่วัตถุมีขนาดเล็กมากๆ เช่น การถ่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้นหรือถ้าถ่ายใบหน้านักแสดง ก็เพื่อเป็นการเน้นอารมณ์ของนักแสดงเช่น จับภาพที่ดวงตาของนักแสดง ทำให้เห็นน้ำตาที่กำลังใหลออกจากดวงตา เป็นต้นและทั้งหมดนี้ก็เป็นขนาดภาพที่นิยมนำมาถ่ายทอดเรื่องราวของภาพยนตร์ ซึ่งตมความเป็นจริงแล้ว เราสามารถที่จะประยุกต์หรือดัดแปลงขนาดภาพไปเป็นอย่างอื่นก็ไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่ทั้งหมดนี้เป็นขนาดภาพสากลที่ทำให้เรา (ทีมงานถ่ายทำภาพยนตร์) เข้าใจตรงกันว่าต้องการให้ภาพออกมาในลักษณะใดเท่านั้น นอกจากนี้อารมณ์และความรู้สึกที่ผู้ชมจะได้รับขณะชมภาพยนตร์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดภาพเพียงย่างเดียว แต่ต้องอาศัยองค์ประกอบของภาพยนตร์อื่นๆ เข้ามาเป็นตัวช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และความเป็นภาพยนตร์มากยิ่งขึ้น



มุมกล้อง (Camera Angle)

มุมกล้องจัดว่าเป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของการจัดองค์ประกอบเพื่อการถ่าภาพยนตร์ ซึ่งจะสัมพันธ์กับขนาดภาพด้วย หากสังเกตุจากบทภาพยนตร์โดยทั่วไปนั้น จะเห็นว่า

รายละเอียดเรื่องของขนาดภาพและมุมกล้องต้องถูดเขียนมาควบคู่กัน ซึ่งบางครั้งอาจจะรวมถึงลักษณะการเคลื่อนที่ของกล้องอีกด้วย

มุมกล้องเกิดจากความสัมพันธ์กันระหว่างระดับการตั้งกล้องภาพยนตร์กับวัตถุที่ถ่าย การเลือกใช้มุมกล้องในระดับต่างๆจะทำให้เกิดผลด้านภาพ

ที่แตกต่างกันไป รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้ชมที่จะแตกต่างกันออกไปด้วย

หากจะแบ่งมุมกล้องในระดับต่างๆโดยเริ่มจากระดับสูงก่อนสามารถแบ่งได้ดังนี้



1. มุมกล้องระดับสายตานก (Bird's eye view)



เป็นการตั้งกล้องในระดับเหนือศีรษะหรือเหนือวัตถุที่ถ่าย ภาพที่ถูกบันทึก

จะเหมือนกับภาพที่นกมองลงมาด้านล่าง เมื่อผู้ชมเห็น ภาพแบบนี้จะทำ

ให้ดูเหมือนกำลังเฝ้ามองเหตุการณ์จากด้านบน มุมกล้องในลักษณะนี้

จะทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ช่วยเหลือ

ตัวเองไม่ได้ เวิ้งว้าง ไร้อำนาจ ตกอยู่ในภาวะคับขัน ไม่มีทางรอด

เพราะตามหลักความเป็นจริงแล้วมนุษย์เราจะเคยชินกับการยืน นั่ง นอน เดิน

หรือใช้ชีวิตส่วนใหญ่บนพื้นโลกมากกว่าที่จะเดินเหินยู่บนที่สูง และด้วยความ

ที่มุมภาพในระดับนี้ไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดในฉากได้ครบ

เพราะเป็นภาพที่มองตรงลงมา จึงทำให้ภาพรู้สึกลึกลับ น่ากลัว เหมาะกับ

เรื่องราวที่ยังไม่อยากเปิดเผยตัวละครหรือเป็นภาพยนตร์สยองขวัญ



2. มุมกล้องระดับสูง (Hight Angle)



ตำแหน่งของกล้องมุมมนี้จะอยู่สูงกว่าสิ่งที่ถ่าย การบันทึกภาพในลักษณะนี้

จะทำให้เห็นรายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเท่ากันโดย

ตลอด จึงทำให้ภาพในระดับนี้มีความสวยงามทางด้านศิลปะมากกว่าภาพใน

ระดับอื่น นอกจากนี้สิ่งที่ถูกถ่ายด้วยกล้องระดับนี้มักจะทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าสิ่งที่

ถ่ายมีความต่ำต้อย ไร้ค่า ไร้ความหมาย สิ้นหวัง ความพ่ายแพ้

3. มุมกล้องระดับสายตา (Eye Level)



มุมล้องในระดับนี้เป็นมุมกล้องในระดับสายตาคน ซึ่งเป็นการเลียนแบบมา

จากการมองเห็นของคน ซึ่งโดยส่วนใหญ่คนเราจะมองออกมาในระดับสายตา

ตัวเอง ทำให้ภาพที่ผู้ชมเห็นรู้สึกมีความเป็นกันเอง เสมอภาค และเหมือน

ตัวเองได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยแต่รายละเอียดของภาพในระดับนี้จะ

สามารถมองเห็นได้แต่ด้านหน้าเท่านั้น

4. มุมกล้องระดับต่ำ (Low Angle)



เป็นการตั้งกล้องในระดับที่ต่ำกว่าสิ่งที่ถ่าย เวลาบันภาพต้องเงยกล้องขึ้น

ภาพมุมต่ำนี้ก็มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผู้ชมได้เช่นเดียวกัน

ซึ่งจะทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าสิ่งที่ายนั้นมีอำนาจ มีค่า น่าเกรงขาม มีความยิ่งใหญ่

ซึ่งจะตรงข้ามกับภาพมุมสูง นิยมถ่ายภาพโบราณสถาน สถาปัตยกรรม

แสดงถึงความสง่างาม ชัยชนะ และใช้เป็นการเน้นจุดสนใจของภาพได้ด้วย

26 พฤศจิกายน, 2552

การผลิตสื่อโดยใช้โปรแกรม Macromedia Captivate 3.0

การสร้างสื่อโดยใช้โปรแกรม Macromedia Captivate 3.0


โปรแกรมสร้างสื่อการสอนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) มีอยู่หลายโปรแกรม แต่โปรแกรมที่ทำให้การสร้างสื่อทำได้โดยง่าย คือ โปรแกรม Macromedia Captivate ซึ่งเดิมเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Macromedia ต่อมาในปัจจุบันบริษัท Adobe ได้ซื้อลิขสิทธิ์มาพัฒนาเป็นของตนเอง จึงมีชื่อเรียกว่า Adobe Captivate มีเวอร์ชั่นปัจจุบันคือ เวอร์ชั่น 4.0 โปรแกรมนี้มีขีดความสามารถสูงในการพัฒนาสื่อบทเรียนด้วยตนเอง รวมถึงรูปแบบการจัดทำข้อสอบออนไลน์แบบใหม่ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีทักษะในการเขียนโปรแกรมก็สามารถผลิตสื่อบทเรียนได้เองอย่างง่ายดาย สามารถนำสไลด์จากโปรแกรม Powerpoint มาสร้างเป็นบทเรียนต่อได้ การนำเข้าไฟล์สื่อจากแหล่งต่าง ๆ ได้หลากหลาย เช่น ไฟล์รูปภาพ ไฟล์แอนนิเมชั่น ไฟล์เสียง ไฟล์วีดิโอ การบันทึกเสียงบรรยายผ่านไมโครโฟน การส่งออกไฟล์เพื่อนำไปใช้ได้หลายรูปแบบ เช่น Flash Movie (*.swf) ไฟล์ประเภท exe (*.exe)

1. การติดตั้งโปรแกรม

คลิกที่ไฟล์ Setup จะปรากฏ Install Shield Wizard ของโปรแกรมนี้ คลิกที่ปุ่ม “Next” และ ปุ่ม “Accept” เป็นการยอมรับข้อตกลงของโปรแกรม แล้วคลิกปุ่ม “Next” ต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสิ้นสุดการติดตั้ง จะมีปุ่ม “Finish” ให้กด ดังรูป



2. การเริ่มต้นสร้างชิ้นงาน
คลิกปุ่ม Start -> All Programs -> Adobe -> Adobe Captivate 3 จะปรากฏหน้าจอ ให้เราเลือกคลิกที่ข้อความว่า “Record or create a new project” ดังภาพ
จะมีตัวเลือก 4 ตัวเลือก คือ
- Blank Project สำหรับเลือกเมื่อต้องการสร้างเอง
- Image Project สำหรับเลือกเมื่อต้องการสร้างแบบนำเสนอด้วยรูปภาพ
- Import from Microsoft Powerpoint สำหรับนำเข้าจากไฟล์ Powerpoint
- Create Project from Template สำหรับสร้างจากต้นแบบที่มีอยู่ (Template)


โปรแกรมสร้างสื่อการสอนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) มีอยู่หลายโปรแกรม แต่โปรแกรมที่ทำให้การสร้างสื่อทำได้โดยง่าย คือ โปรแกรม Macromedia Captivate ซึ่งเดิมเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Macromedia ต่อมาในปัจจุบันบริษัท Adobe ได้ซื้อลิขสิทธิ์มาพัฒนาเป็นของตนเอง จึงมีชื่อเรียกว่า Adobe Captivate มีเวอร์ชั่นปัจจุบันคือ เวอร์ชั่น 4.0 โปรแกรมนี้มีขีดความสามารถสูงในการพัฒนาสื่อบทเรียนด้วยตนเอง รวมถึงรูปแบบการจัดทำข้อสอบออนไลน์แบบใหม่ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีทักษะในการเขียนโปรแกรมก็สามารถผลิตสื่อบทเรียนได้เองอย่างง่ายดาย สามารถนำสไลด์จากโปรแกรม Powerpoint มาสร้างเป็นบทเรียนต่อได้ การนำเข้าไฟล์สื่อจากแหล่งต่าง ๆ ได้หลากหลาย เช่น ไฟล์รูปภาพ ไฟล์แอนนิเมชั่น ไฟล์เสียง ไฟล์วีดิโอ การบันทึกเสียงบรรยายผ่านไมโครโฟน การส่งออกไฟล์เพื่อนำไปใช้ได้หลายรูปแบบ เช่น Flash Movie (*.swf) ไฟล์ประเภท exe (*.exe)

1. การติดตั้งโปรแกรม
คลิกที่ไฟล์ Setup จะปรากฏ Install Shield Wizard ของโปรแกรมนี้ คลิกที่ปุ่ม “Next” และ ปุ่ม “Accept” เป็นการยอมรับข้อตกลงของโปรแกรม แล้วคลิกปุ่ม “Next” ต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสิ้นสุดการติดตั้ง จะมีปุ่ม “Finish” ให้กด ดังรูป





จากภาพข้างล่าง ให้เลือกสร้างเอง Blank Project แล้วคลิกที่ปุ่ม “OK”





กำหนดขนาดของหน้าจอ หน้าจอปกติควรเลือก 800 x 600 Full Screen แล้วคลิกที่ปุ่ม “OK” ดังภาพ



จะได้สไลด์ขึ้นมา 1 สไลด์ ดังภาพ ให้ดับเบิ้ลคลิกที่สไลด์





จะได้พื้นที่สร้างสไลด์ที่บริเวณหมายเลข 7 พร้อมที่นำสื่อลงสู่สไลด์แผ่นที่ 1

3. การสร้างข้อความด้วยเครื่องมือ Text Caption


Text Caption เป็นเครื่องมือที่ทำหน้าที่ใส่ข้อมูลแบบตัวอักษร หรือจะไปคัดลอกในโปรแกรมอื่น ๆ มาวางในโปรแกรมนี้ ซึ่งจะมีรูปแบบที่หลากหลายและสวยงาม การใช้งาน ให้คลิกที่เครื่องมือ Text Caption ที่แถบเครื่องมือด้านล่างของจอภาพ จะปรากฏขั้นตอนในการสร้างดังภาพ

1. คลิกเลือก Font เพื่อเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษร
2. พิมพ์ข้อความที่ต้องการลงในช่อง Caption Text
3. คลิกเลือกรูปแบบ Caption Type ที่มีสีสันสวยงาม
4. ทำการเปลี่ยนขนาดตัวอักษร Size โดยใส่ตัวเลขขนาดได้ตามต้องการ
5. คลิกเลือกเปลี่ยนสีของตัวอักษร
6. จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “OK” จะได้ข้อความตามที่พิมพ์ในช่อง Caption Text

4. การใส่รูปภาพ (Image)


Image เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับใส่รูปภาพลงในสไลด์ มีขั้นตอนในการใส่รูปภาพ ดังนี้

1. คลิกเลือกเครื่องมือ Image ที่อยู่ด้านล่างของจอภาพ จะได้กรอบเลือกรูปภาพ


2. คลิกเลือกรูปภาพที่ต้องการ จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “Open” จะได้ดังภาพ





1. คลิกที่ปุ่ม “OK” เพื่อนำเข้าสู่สไลด์
2. ปรับขนาดรูปภาพ (Resize) และทำการจัดวางรูปภาพในตำแหน่งที่เหมาะสม


5. การสร้างตัวอักษรเคลื่อนไหว (Text Animation)


Text Animation เป็นเครื่องมือที่ใช้สร้างตัวอักษรเคลื่อนไหว มีรูปแบบการเคลื่อนไหวหลากหลาย ทำให้ผู้สอนสามารถสร้างลูกเล่นการนำเสนอให้สวยงามและน่าสนใจ เป็นเครื่องมือที่มีการใช้งานมากที่สุดในการสร้างบทเรียน มีขั้นตอนในการสร้างดังนี้

1. คลิกเลือกเครื่องมือ Text Animation ที่ด้านล่างของจอภาพ จะได้ภาพ



2. พิมพ์ตัวอักษร หรือ คัดลอกข้อความมาจากโปรแกรมอื่นมาใส่ในช่อง Text
3. เปลี่ยนฟอนต์ ขนาด สี ตามความต้องการ
4. เลือกรูปแบบของเอ็ฟเฟ็ค แล้วคลิกที่ปุ่ม “OK”

6. การใช้งาน Rollover Caption


Rollover Caption เป็นเครื่องมือที่ใช้นำเสนอข้อความขณะนำไปวางในตำแหน่งที่ต้องการแล้วจะปรากฏข้อความขึ้น เช่น นำเมาส์ไปวางบนภาพแล้วเกิดข้อความขึ้น การใช้งานมีขั้นตอนในการสร้าง ดังต่อไปนี้

1. เลือกรูปภาพมาวางโดยใช้เครื่องมือ Image มาใส่ในชิ้นงาน 1 รูป ดังภาพ

 

2. คลิกที่เครื่องมือ Rollover Caption ที่อยู่ด้านล่างของจอภาพ




3. คลิกเลือก Font เพื่อเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษร
4. พิมพ์ข้อมูลที่ต้องการลงในช่อง Type Caption Text here
5. คลิกเลือกรูปแบบ Caption Type ที่มีสีสันสวยงาม
6. คลิกที่ปุ่ม “OK” จะปรากฏข้อความขึ้นมาพร้อมกับ Rollover Area ที่ใช้สำหรับกำหนดบริเวณที่นำเมาส์ไปวางแล้วทำให้เกิดข้อความ
7. ปรับขยายขนาด Rollover Area เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่วางเมาส์







7. การสร้างกล่องเน้นข้อความ


Highlight Box เป็นเครื่องมือที่ใช้เน้นสีของข้อความ หรือสิ่งที่สำคัญของการนำเสนอ ช่วยให้ผู้เรียนสามารถจับใจความสำคัญของการนำเสนอได้ดีขึ้น สร้างด้วยการคลิกที่เครื่องมือ Highlight Box ที่ด้านล่างของจอภาพ แล้วสร้างตามขั้นตอนดังนี้





คลิกเลือก Frame color เพื่อเปลี่ยนสีของเส้นกรอบข้อความ


2. ปรับขนาดเส้น Frame width
3. คลิกเลือก Fill transparency ทำให้พื้นหลังโปร่งใส
4. คลิกที่ปุ่ม “OK” จะปรากฏกรอบสีเน้นขึ้นมาพร้อม Highlight Box ในชิ้นงาน และปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้น

8. การใช้งาน Zoom Area


Zoom Area เป็นเครื่องมือที่ใช้ขยายพื้นที่นำเสนอจุดนั้น ๆ ทำให้ผู้เรียนมองเห็นภาพที่ใหญ่ขึ้น การสร้างใช้เครื่องมือ Zoom Area ที่อยู่ด้านล่างของจอภาพ มีขั้นตอนในการใช้ ดังนี้

1. คลิกเลือกเครื่องมือ Image แล้วเลือกภาพที่ต้องการขยาย ดังภาพ

 

2. คลิกเลือกเครื่องมือ Zoom Area จะปรากฏ ดังภาพ



3. คลิกเลือกรูปภาพขยาย


4. ลาก Zoom Area ไปยังตำแหน่งที่ต้องการขยาย





9. การใช้กล่องเติมข้อความ (Text Entry Box)


Text Entry Box เป็นเครื่องมือที่ใช้เติมข้อความตามเงื่อนไขของผู้สร้างชิ้นงาน เช่น เติมคำศัพท์ เติมคำตอบ ใส่รหัสผ่านก่อนเข้าสู่บทเรียน ทำให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนได้ดียิ่งขึ้น สร้างกล่องเติมข้อความได้โดยคลิกที่เครื่องมือ Text Entry Box ที่อยู่ด้านล่างของจอภาพ ตามขั้นตอน ดังนี้

1. สร้างสไลดให้มีรูปภาพ หรือข้อความ จากเครื่องมือ Image และ Text Caption
2. คลิกเลือกเครื่องมือ Text Entry Box ที่อยู่ด้านล่างของจอภาพ จะได้ดังภาพ


3. คลิกปุ่ม “Add” แล้วเพิ่มคำตอบที่ถูกต้องลงไป โดยสามารถเพิ่มได้หลายคำตอบ
4. On success เป็นการวางเงื่อนไขการตอบถูกต้องว่าจะให้ทำอะไรต่อไป เช่น ให้เปิดสไลด์ใดต่อไป

10. การใช้ปุ่มกด (Button)


Button เป็นเครื่องมือที่ใช้สร้างปุ่มการทำงานต่าง ๆ เช่น ใช้สร้างเมนูของบทเรียน ใช้กดเดินหน้า ถอยหลัง ไปยังสไลด์ต่าง ๆ เป็นต้น การสร้างปุ่มกดทำได้โดยคลิกที่เครื่องมือปุ่มกด Button ที่แถบเครื่องมือด้านล่างของจอภาพ จะได้กรอบสร้างปุ่มกด ดังภาพ



1. คลิกเลือกประเภทของปุ่มกด มี 3 อย่างให้เลือก คือ ปุ่มกดที่มีข้อความ (Text button) , ปุ่มกดโปร่งใส (Transparent button) และ ปุ่มกดที่มีรูปภาพ (Image button)
2. พิมพ์ข้อความกำกับปุ่มกด (ทำเฉพาะปุ่มกดที่มีข้อความ)
3. เลือกฟอนต์ สี ขนาดข้อตัวอักษร (ทำเฉพาะปุ่มกดที่มีข้อความ)
4. เลือกเหตุการณ์เมื่อคลิกที่ปุ่มกดแล้ว On success มีเหตุการณ์ให้เลือก ดังนี้
- Continue ทำต่อไป
- Go to previous slide ย้อนกลับไปสไลด์ที่ผ่านมา
- Go to next slide ไปยังสไลด์ถัดไป
- Jump to slide … กระโดดไปยังสไลด์ที่ .....
- Open URL or file เปิด URL บนอินเตอร์เน็ต หรือเปิดแฟ้ม
- Open other project เปิดโปรเจ็คอื่น
- Send e-mail to ส่งอีเมล์ไปยัง ...
- Excute JavaScript ทำตามคำสั่งจาวาสคริปต์
- No Action ไม่ทำอะไรเลย
5. คลิกที่ปุ่ม “OK” เพื่อตกลงสร้างปุ่มตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้


11. การใช้งาน Rollover Image


Rollover image เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการนำเมาส์ไปวางแล้วจะทำให้เกิดรูปภาพที่ต้องการนำเสนอ เช่น คลิกที่รูปต้นไม้ตรงบริเวณดอกไม้ จะปรากฏดอกไม้ขนาดใหญ่ขึ้นมา มีวิธีการสร้างตามขั้นตอน ดังนี้

1. คลิกเลือกเครื่องมือ Image นำภาพต้นไม้เข้ามาในสไลด์ ดังภาพ


2. คลิกเลือกเครื่องมือ Rollover Image ที่อยู่ด้านล่างของจอภาพ จะได้กรอบดังภาพ



3. เลือกรูปภาพขยายที่ต้องการให้เกิดบนสไลด์
4. คลิกที่ปุ่ม “Open” เพื่อยืนยันนำเข้าสู่สไลด์ จะได้กรอบ Rollover Image ดังภาพ



5. คลิกที่ปุ่ม “OK” เพื่อยืนยันภาพ Rollover Image จะทำให้ได้ภาพขยาย และ Rollover Area ดังภาพข้างล่าง



6. คลิกเมาส์ลากภาพขยายไปยังตำแหน่งที่ต้องการ
7. คลิกเมาส์ลากปรับขนาดของ Rollover Area และปรับตำแหน่งที่ต้องการวางเมาส์แล้วทำให้เกิดภาพขยาย








25 พฤศจิกายน, 2552

การผลิตสื่อโดยใช้โปรแกรม Microsoft Powerpoint 2003

1. การเข้าสู่โปรแกรม
คลิก Start > All Programs > Microsoft Office > Microsoft Office PowerPoint 2003 ดังภาพ





2. การสร้างสไลด์ใหม่
เลือกเมนู สร้าง -> เค้าโครงเนื้อหา ดังภาพ









3. การสร้างข้อความ
3.1 สร้างจากกล่องข้อความ คลิกที่เครื่องมือ แล้วปาดเมาส์ลงบนพื้นที่ทำงานจะได้รูปกรอบสี่เหลี่ยมแล้วพิมพ์ข้อความภายในกรอบสี่เหลี่ยม ดังภาพ









ตกแต่งรูปแบบ ขนาด สี ตัวอักษร โดยคลิกกล่องข้อความให้เส้นกรอบของกล่องข้อความมีลักษณะ ดังภาพ แล้วเลือกเครื่องมือที่จะปรับแต่งที่แถบเครื่องมือ





หมายเลข 1 รูปแบบตัวอักษร
หมายเลข 2 ขนาดตัวอักษร ตัวเลขมากจะมีขนาดใหญ่ขึ้น
หมายเลข 3 ลักษณะของตัวอักษร ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวเงา
หมายเลข 4 ตำแหน่งข้อความ ชิดซ้าย จัดกลาง ชิดขวา ชิดขอบ
หมายเลข 5 เครื่องหมายหน้าข้อความ
หมายเลข 6 ขนาดกล่องข้อความ ใหญ่ – เล็ก
หมายเลข 7 สีของข้อความ
3.2 สร้างจากเครื่องมือข้อความศิลป์ คลิกที่รูปเครื่องมือข้อความศิลป์ จะปรากฏที่เก็บ WordArt ให้คลิกเลือกรูปแบบของข้อความศิลป์ แล้วคลิกปุ่ม “ตกลง” ดังภาพ
พิมพ์ข้อความที่ต้องการ แล้วคลิกปุ่ม “ตกลง” ดังภาพ





ปรับแต่งข้อความศิลป์ด้วยเครื่องมือ ดังภาพ


หมายเลข 1 แก้ไขข้อความ
หมายเลข 2 สีข้อความ สีเส้นรอบนอก สีเส้นด้านใน
หมายเลข 3 รูปแบบของข้อความศิลป์
4. การแทรกภาพ
สามารถแทรกได้ทั้งภาพภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว โดยคลิกที่เครื่องมือแทรกรูปภาพ แล้วจะปรากฏกรอบแทรกรูปภาพ ให้เลือกรูปภาพโดยคลิกที่รูปภาพ แล้วคลิกที่ปุ่ม “แทรก”



5. การสร้างฉากพื้นหลัง สไลด์นำเสนอจะสวยงามต้องมีฉากพื้นหลัง แต่ควรระวังภาพพื้นหลังจะทำให้การอ่านข้อความได้ยาก แนะนำให้ใช้ฉากพื้นหลังที่มีสีอ่อน และไม่ควรมีลวดลายที่ฉุดฉาดเกินไป





เลือกเมนู รูปแบบ -> พื้นหลัง -> สามารถเลือกสี ลวดลาย ภาพ ตามความต้องการ ดังนี้
- เลือกสีจากแผ่นจานสี มีลักษณะเป็นสีเดี่ยว
- เลือกเติมลักษณะพิเศษ เช่น สีพื้นที่มีลวดลาย, สีพื้นแบบไล่โทนสี หรือรูปภาพ
- เลือกพิมพ์ลายน้ำ ถ้าต้องการภาพที่จาง

6. การกำหนดเอ็ฟเฟ็คขณะเปลี่ยนสไลด์ (Transition)
ในขณะที่มีการเปลี่ยนสไลด์สามารถกำหนดให้มีเอ็ฟเฟ็คตามความต้องการได้โดยคลิกที่เมนู การนำเสนภาพนิ่ง -> การเปลี่ยนภาพนิ่ง -> เลือกรูปแบบที่กรอบด้านขวาของจอภาพ









หมายเลข 2 ลักษณะการเปลี่ยนภาพ
หมายเลข 3 ความเร็วในการเปลี่ยนภาพ
หมายเลข 4 คลิกเลือกถ้าต้องการนำไปใช้ในการเปลี่ยนภาพกับทุกสไลด์



7. การสร้างเอ็ฟเฟ็คให้กับข้อความและภาพ
ข้อความแต่ละกล่องข้อความ หรือภาพแต่ละภาพสามารถกำหนดระยะเวลาได้ว่าจะให้สิ่งใดนำเสนอก่อนหรือหลังตามลำดับที่เราต้องการได้ และสามารถกำหนดลักษณะของการนำเสนอได้ เช่น ให้เคลื่อนที่จากด้านใดของจอภาพ ให้ปรากฏจากจางไปยังชัดเจน เป็นต้น วิธีการสร้างดังภาพ













หมายเลข 1 เลือกเมนู การนำเสนอภาพนิ่ง การเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง
หมายเลข 2 เลือกภาพ หรือข้อความที่ต้องการให้เกิดเอ็ฟเฟ็ค เลือกสิ่งใดก่อนก็จะเกิดสิ่งนั้นที่จอภาพเป็นลำดับแรก และควรเลือกทำทีละอย่าง ไม่สามารถเลือกพร้อมกันได้ สังเกตลำดับการเลือกจากตัวเลขกำกับที่สิ่งนั้น
หมายเลข 3 ที่ด้านขวาของจอภาพเลือก เพิ่มลักษณะพิเศษ
หมายเลข 4 เลือกรูปแบบของเอ็ฟเฟ็ค เช่น แบบเข้า แบบตัวเน้น แบบเส้นทางการเคลื่อนที่
หมายเลข 5 เลือกลักษณะของเอ็ฟเฟ็ค เช่น ลักษณะเลื่อนเข้า ลักษณะข้าวหลามตัด
8. การแทรกเสียง คำบรรยายให้กับสไลด์
เราสามารถแทรกเสียงบรรยายสดให้กับแต่ละสไลด์ได้ หรือใช้เสียงที่ผ่านการบันทึกเป็นไฟล์ mp3 หรือ ไฟล์ wave มาประกอบเข้ากับสไลด์ก็ได้ตามความต้องการ โดยใช้เมนู แทรก -> เสียงจากแฟ้ม หรือบันทึกเสียง



จากภาพ เลือก
- เสียงจากแฟ้ม กรณีที่มีไฟล์เสียงที่บันทึกมาเรียบร้อยแล้ว
- บันทึกเสียง กรณีต้องการบันทึกการบรรยายสดเข้ากับสไลด์
9. การฉายสไลด์
9.1 การฉายโดยคลิกเมาส์เอง ให้เลือกเครื่องมือฉายสไลด์ ที่อยู่ด้านล่างมุมซ้ายของจอภาพ
9.2 การฉายอัตโนมัติ โดยการตั้งเวลาจากเมนูดังภาพ คลิกเมาส์เมื่อต้องการเปลี่ยนภาพตามกรอบที่ 2 เมื่อครบทุกสไลด์แล้วจะปรากฏข้อความในกรอบที่ 3 คลิกที่ปุ่ม “ใช่”





10. การบันทึก
ให้คลิกที่เครื่องมือบันทึกแล้วตั้งชื่อไฟล์ แล้วคลิกที่ปุ่ม “บันทึก” ดังภาพ